นภา มองดูนาฬิกาบอกเวลาที่ติดอยู่ที่ผนังในห้องแต่งตัวของเธอ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ 7 โมงเช้าแล้ว เธอกำลังรีบแต่งตัวและแต่งหน้าเพื่อที่จะรีบไปทำงานให้ทัน ก่อนที่การประชุมกับลูกค้าในช่วงเช้าจะเริ่มขึ้น เสียงจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เป็นสัญญานแจ้งเตือนให้เธอทราบว่ามีข้อความส่งเข้ามาหาเธอ แต่ในเวลานี้นภายังไม่มีเวลาที่จะเช็คดูข้อความนั้น เธอจำเป็นต้องรีบทำภาระกิจส่วนตัวให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อที่เธอจะได้ออกจากบ้านและไปทำงานทันเวลา

นภา สาวออฟฟิตคนสวยที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เธอเรียนจบจากต่างประเทศ ตอนนี้ทำงานอยู่ที่บริษัทโฆษณาชื่อดังของเมืองไทย ในตำแหน่งอาร์ตไดเรคเตอร์ หญิงสาวผู้ใช้เวลาเกือบจะทั้งชีวิตทุ่มเทไปกับการทำงาน จนเธอแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเธอเองก็ยังมีชีวิตส่วนตัวที่จะต้องดูแลอยู่เหมือนกัน

ทันทีที่เธอไปถึงที่ทำงาน เธอก็หอบเอกสารเข้าประชุมกับลูกค้าและทีมงานในทันที ในเช้าวันนี้เธอได้ดื่มแค่กาแฟเพียง 1 แก้ว ที่แม่บ้านชงเข้าไปให้เธอในห้องประชุมเท่านั้น กว่าที่เธอจะประชุมเสร็จก็เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงครึ่งแล้ว เธอเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของเธอเพื่อเช็คงานที่มีเข้ามาทางอีเมล์ต่อ

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ถูกวางทิ้งไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอดังเตือนเป็นระยะ ทำให้เธอต้องหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาเช็คดู มีข้อความถูกส่งเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของเธอ 2 ข้อความ โดยข้อความแรกถูกส่งเข้ามาจากเบอร์มือถือของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี ข้อความนี้ถูกส่งมาให้เธอตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่เธอยังไม่มีเวลาที่จะเปิดข้อความอ่าน เธอจึงคลิกข้อความนี้ขึ้นมาตรวจสอบดู

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ เจ้าหญิงคนสวยของผม”

ในทันทีที่เธออ่านข้อความจบ เธอก็รีบอมยิ้มขึ้นมาในทันที เธอคิดในใจว่าเธอคงทำงานหนักจนลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ วันที่หลาย ๆ คนจะมีความสุขกับความรักของตัวเอง

แล้วเธอก็กดเช็คข้อความที่ 2 ที่ถูกส่งเข้ามาในเวลาเที่ยงตรง ซึ่งเธอยังคงอยู่ในห้องประชุม โดยเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากเบอร์เดียวกันกับข้อความแรก

“ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ คุณยังคงเป็นเจ้าหญิงของผมเสมอ”

เธอยิ้มอย่างภูมิใจมากขึ้นอีกกว่าเดิม แล้วเธอเริ่มนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของข้อความนี้ขึ้นมาในใจทันที

ประณต ชายหนุ่มรูปหล่อมาดภูมิฐาน บุคลิกและนิสัยดี ชายหนุ่มคนที่พูดจาไพเราะและเป็นผู้เดียวที่ชมว่าเธอสวยมาตลอด ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนที่เธอแอบปลื้มเขามานานแล้ว ในวันนี้เขาเป็นผู้ที่ส่งข้อความหวาน ๆ นี้มาให้เธอ

นภาได้เจอกับประณตเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอจำได้ว่าประณตมาตามตื้อจีบเธอ ก่อนที่เขาจะนัดเธอออกเดทเป็นครั้งแรก โดยไปทานดินเนอร์วันวาเลนไทน์ด้วยกันที่ร้านอาหารบรรยากาศดีแห่งหนึ่งที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นวันที่ครบรอบ 2 ปีที่เธอประทับใจไม่รู้ลืม

อาจจะเป็นเพราะทั้งนภาและประณตต่างก็มีอาชีพ และหน้าที่การงานที่จะต้องทำแตกต่างกัน ทั้งคู่จึงไม่ค่อยจะมีเวลาที่ว่างที่จะได้หยุดตรงกันเท่าไหร่ ทั้งเธอและเขาจึงได้แต่แค่โทรศัพท์คุยกันเท่านั้น จนกระทั่งในวันวาเลนไทน์ของปีที่แล้ว ประณตได้นัดเธอไปทานดินเนอร์มื้อเย็นในวันวาเลนไทน์อีกครั้ง ในการออกเดทครั้งที่สองนี้ทำให้นภายิ่งประทับใจประณตมากขึ้นอีก หลังจากนั้นทั้งเธอและเขาก็แทบจะไม่มีโอกาสจะได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งถึงวันนี้วันที่เป็นวันวาเลนไทน์ครั้งที่ 3 ของทั้งเธอและเขา

นภา ตัดสินใจพิมพ์ข้อความทางมือถือเพื่อส่งกลับไปให้แก่ประณต

“ยังรักและศรัทธาในตัวคุณเหมือนเดิม”

เธอแอบอมยิ้มที่มุมปากในทันทีที่พิมพ์ข้อความเสร็จ ก่อนที่เธอจะกดส่งข้อความไป

นภาหยิบขนมปังแซนด์วิชที่แม่บ้านซื้อมาให้เธอตั้งแต่เช้าขึ้นมาทาน ถึงแม้ว่าขนมปังแซนด์วิชจะแข็งกระด้างไปบ้าง เพราะว่าวางถูกวางทิ้งไว้เกือบครึ่งวันแล้ว แต่ว่าเธอก็มักจะทานอาหารมื้อกลางวันในลักษณะนี้เสมอ งานของเธอมีมากมายและเร่งรัดเป็นประจำอยู่เกือบตลอดเวลา จนเธอแทบจะไม่มีเวลาดูแลและสนใจในตัวเองเลย ซึ่งสิ่งนี้เองที่เธอเฝ้าคิดทุกครั้งในยามค่ำคืนที่เธอเหงา มันคงเป็นสาเหตุประการแรก ๆ ที่ทำให้เธอกับเขาต้องห่างเหินกันเมื่อเวลาผ่านพ้นไป

นภา ทานอาหารมื้อเที่ยงของเธอเสร็จแล้ว เพื่อน ๆ พนักงานคนอื่น ๆ ในออฟฟิตยังไม่กลับเข้ามาถึงออฟฟิตเหมือนเช่นเคย เธอมักจะมีเวลาว่างประมาณ 10 ถึง 15 นาทีก่อนจะถึงเวลาบ่ายโมงเป็นประจำเกือบทุกวัน ซึ่งถือว่าเป็นเวลาส่วนตัวของเธอที่จะได้ผักผ่อนในระหว่างวัน ได้เข้าห้องน้ำหรือว่าทำภาระกิจส่วนตัว ก่อนที่เธอจะต้องกลับไปทำงานอย่างหนักอีกครั้งในช่วงบ่ายจนถึงดึกของทุกวัน

นภา พยายามที่จะใช้เวลาส่วนตัวที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในวันนี้ เพื่อโทรไปคุยกับประณตสักครั้ง หลังจากที่เธอไม่ได้โทรไปหาเขามานานเกือบปีแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาเพื่อกดหาเบอร์ของประณต แล้วเธอก็โทรออกไปหาเขาในทันที

“ฮัลโหล ... ว่าไงค่ะประณต?”

นภาพูดไปตามสายในทันทีที่อีกฝั่งรับสาย

“ว่างแล้วหรือครับ? ผมนึกว่าวันนี้คุณจะไม่ว่างโทรกลับมาหาผมเสียอีก”

“ก็คุณเล่นส่งข้อความมาหวานขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องรีบโทรกลับไปหาเหมือนกันล่ะ?”

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ”

ประณต พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเหมือนเคย เล่นทำเอานภาถึงกับอึ้งจนเกือบจะพูดไม่ออก เธอแอบก้มหน้าลงไปยิ้มก่อนที่เธอจะพูดตอบกลับไป

“เช่นกันคะ”

“นภา คุณคือเจ้าหญิงของผมนะครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้มีโอกาสบอกให้คุณได้ฟังทุกวัน”

“ค่ะ ... ฉันรู้”

“เย็นนี้คุณว่างไหมครับ?”

“ทำไมเหรอคะ?” นภาแกล้งตอบกลับไป เหมือนกับเธอไม่รู้เรื่องเลยว่าประณตจะถามขึ้นมาทำไม

“วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ เย็นนี้เราไปทานดินเนอร์ด้วยกันนะครับ?”

“วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์เหรอคะ เนี่ยฉันทำงานจนลืมไปเลยหรือว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์” นภายังคงแกล้งทำเป็นตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ต่อ

“นภา ... เราไปทานดินเนอร์ด้วยกันเถอะครับ วันนี้ครบรอบ 2 ปีแล้วนะครับ ที่เราได้รู้จักกัน”

“แต่ว่าฉันงานยุ่งนะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะไปได้ไหม?”

“ขอให้คุณมาเถอะครับ คุณจะเลิกงานมาดึกขนาดไหนผมก็จะรอคุณครับ วันนี้คุณอาจจะได้รับเซอร์ไพร์สก็ได้นะครับ”

นภา ถึงกับแอบอมยิ้มเมื่อเธอได้ยินประณตพูดในลักษณะนี้ เธอทำเป็นเงียบเพื่อทิ้งจังหวะไปสักพัก ก่อนที่จะพูดตอบไป

“แล้วเราจะไปที่ร้านไหนกันดีล่ะ?”

“ไปที่ร้าน อิ่มรัก ร้านเดิมที่เราเคยไปมา 2 ครั้งแล้วไงครับ ผมโทรไปจองโต๊ะริมแม่น้ำตัวเดิมไว้แล้วครับ เวลา 1 ทุ่มตรงครับ ผมจะรอคุณอยู่ที่นั้นนะครับ”

“คะ ... แล้วเย็นนี้เจอกันคะ”

นภา พูดจบก็แอบยิ้มอยู่คนเดียวอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะกดวางสายโทรศัพท์ไป

จริง ๆ แล้ว นภา จัดได้ว่าเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตาดีคนหนึ่ง เพียงแต่ตัวเธอไม่ค่อยจะแต่งหน้าและแต่งตัวเหมือนสาวออฟฟิตคนอื่น ๆ เธอมักจะแต่งตัวมาทำงานด้วยชุดสูทธรรมดา ที่เป็นกางเกงขายาวตัดด้วยผ้าเนื้อเดียวกันกับเสื้อสูทของเธอ ทำให้เธอดูเป็นสาวที่มีบุคลิกคล่องตัวและมีความมั่นใจในตัวเองสูง อีกทั้งเธอเรียนจบมาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำในอเมริกา เธอเป็นคนที่ทำงานหนักและทุ่มเทให้กับงานที่เธอได้รับมอบหมายเป็นอย่างมาก ทำให้เธอได้รับความก้าวหน้าในตำแหน่งและหน้าที่การงานมากกว่าเพื่อนพนักงานคนอื่น ๆ ที่เข้ามาทำงานพร้อม ๆ กัน ตัวเธอเองจึงไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทที่เป็นเพื่อนร่วมงานสักเท่าไหร่ แต่ในทางกลับกันเธอกับมีลูกน้องที่เป็นสาว ๆ ในทีมงานหลายคน จึงทำให้ใครต่อใครมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แก่กว่าวัย ดังนั้นเลยไม่มีหนุ่ม ๆ คนไหนในบริษัทหรือหนุ่มที่ใกล้ตัวเธอเข้ามาจีบเธอเลยสักคน

นภา มองมองไปบนโต๊ะทำงาน เธอมองดูกองเอกสารของงานที่เธอจะต้องทำในวันนี้ แล้วเธอก็เหลือบไปมองยังปฏิทินตั้งโต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าของเธอ เธอเพ่งมองไปที่ปฏิทินซึ่งบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์นั้นเอง เธอกำลังคิดว่าถ้าวันนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีสิ่งที่ดี ๆ เกิดขึ้นกับเธอเลย เธออาจจะตรงรอไปอีกถึง 1 ปีก็ได้

เธอเงยหน้าขึ้นไปมองโดยรอบออฟฟิต ตอนนี้พนักงานในออฟฟิตเริ่มกลับเข้ามาทำงานในช่วงบ่ายแล้ว เธอตัดสินใจเรียกเลขาของเธอเข้ามาสั่งงาน แล้วเธอก็โทรไปลางานกับเจ้านายใหญ่ของเธอ โดยเธออ้างว่าเธอมีความจำเป็นที่จะต้องไปทำธุระส่วนตัวในช่วงบ่าย ก่อนที่จะรีบออกจากออฟฟิตเพื่อเดินทางกลับบ้านในทันที

นภา แวะที่ร้านเสริมสวยหน้าหมู่บ้านของเธอก่อน เพื่อทำผม แต่งหน้าและทำเล็บซึ่งใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเธอก็รีบกลับเข้าบ้าน เพื่อไปเลือกชุดที่สวยที่สุดเท่าที่เธอมีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเธอตอนนี้ เพื่อที่เธอจะเปลี่ยนไปใส่สำหรับนัดดินเนอร์วาเลนไทน์ค่ำวันนี้

ตอนนี้เป็นเวลา 4 โมงเย็นกว่า ๆ แล้ว เธอตัดสินใจออกจากบ้านก่อนเวลานัดหมายมากพอสมควร เพื่อหลีกหนีการจราจรที่เธอคาดว่าจะต้องติดขัดเป็นอย่างมากแน่ ๆ ซึ่งจะทำให้เธอสามารถไปได้ทันก่อนเวลานัดหมายสักเล็กน้อย เพื่อที่เธอเองจะได้มีเวลาปรับสภาพตัวเองเข้ากับบรรยากาศและสถานที่ และควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของเธอที่กำลังจะเกิดขึ้นได้

นภา ที่ตอนนี้อยู่ในชุดราตรีสั้นสีชมพู เธอดูต่างจากนภาคนที่เพิ่งเข้าประชุมกับลูกค้าในช่วงเช้าเป็นอย่างมาก ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมฝีมือดี รวมทั้งชุดราตรีหรูที่เธอเคยใส่ไปงานแต่งงานเพื่อนสนิทของเธอเพียงครั้งเดียว ทำให้ในตอนนี้เธอดูดีเป็นพิเศษ เธอดูเป็นสาวสวยในอีกบุคลิกที่แตกต่างจากที่เธอเคยเป็นมาตลอดทั้งปี

นภา ก้าวลงจากรถยนต์ส่วนตัวของเธอ แล้วเธอก็ยืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเธอผ่านกระจกหน้าต่างรถสักพัก ก่อนที่เธอจะปิดประตูล็อครถแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านอาหารที่อยู่ตรงหน้า ร้านอาหารที่เธอเคยมาแล้ว 2 ครั้งที่มีป้ายชื่อร้าน อิ่มรัก อยู่เบื้องบนประตูทางเข้า เมื่อเธอเดินเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับของร้านรีบเดินเข้ามาเพื่อทักทายเธอ

“สวัสดีคะ จองโต๊ะไว้หรือเปล่าค่ะ?”

“จองไว้คะ ชื่อคุณประณต”

นภา บอกพนักงานต้อนรับไป ในขณะที่สายตาของเธอจ้องมองไปยังโต๊ะเดี่ยวตัวหนึ่งที่ถูกจัดไว้บริเวณริมสุดของร้าน โต๊ะตัวที่เธอเคยนั่งที่สามารถมองออกไปเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ตรงหน้าได้

“เชิญด้านนี้คะ ... ทางร้านเพิ่งจัดดอกไม้เสร็จ คนจองโทรมาสั่งให้ประดับดอกกุหลาบแดงไว้บนโต๊ะด้วยคะ”

พนักงานต้อนรับพูดพร้อมกับเดินนำเธอไปยังโต๊ะตัวดังกล่าว เมื่อนภาเดินไปถึงยังโต๊ะแล้วเธอก็เลื่อนเก้าอี้ตัวที่อยู่ด้านหนึ่งออกมานั่งอย่างคุ้นเคย

“จะสั่งอาหารก่อนเลยไหมคะ” พนักงานต้อนรับถามนภา

“ยังค่ะ ฉันขอรอเพื่อนร่วมโต๊ะก่อน ขอน้ำเปล่ามาทานก่อนก็แล้วกันคะ”

นภา ตอบพนักงานต้อนรับไปอย่างวางตัว เพราะเธอยังไม่อยากที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ ในช่วงเวลานี้ตัวเธอเองกำลังเฝ้าคิดถึงเซอร์ไพร์สที่เธอจะได้รับในคืนนี้มากกว่า เธอเลยยังไม่อยากจะแสดงความรู้สึกอะไรออกไปมากในตอนนี้

นภา มองไปยังแจกันดอกไม้อยู่บนโต๊ะอาหาร ดอกกุหลาบสีแดงสด 3 ดอกถูกเสียบไว้ในแจกัน โดยมีใบไม้ประดับอีก 3 ใบถูกจัดเสียบไว้อย่างสวยงามคู่กันในแจกัน เธอจ้องมองดอกกุหลาบแดงอย่างประทับใจ ตัวเธอเองก็ยังเป็นเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ทั่วไปที่แพ้ความงดงามของดอกกุหลาบ โดยเฉพาะดอกกุหลาบแดงที่ได้เห็นในค่ำคืนวันวาเลนไทน์แบบนี้ ถึงแม้ว่าในชีวิตจริงของเธอยังไม่เคยได้รับดอกกุหลาบแดงจากชายหนุ่มคนไหนเลยสักครั้งก็ตาม

ตอนนี้เป็นเวลา 6 โมงครึ่งแล้ว แต่ว่าผู้คนภายในร้านยังมีมาใช้บริการไม่มากนัก นภามองไปโดยรอบภายในร้าน ซึ่งในวันนี้ถูกประดับประดาไว้ด้วยดอกไม้สีแดง รวมทั้งริบบิ้นสีแดงเข้ากับบรรยากาศในคืนวันวาเลนไทน์ ภาพของความประทับใจในดินเนอร์วาเลนไทน์ของเธอที่ร้านนี้ทั้ง 2 ครั้ง กำลังย้อนกลับเข้ามาอยู่ในความคิดของเธออีกครั้ง

นภา หันมองออกไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพของวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ภายนอกร้าน แล้วเธอก็เริ่มจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

เธอเหม่อลอยคิดถึงภาพของพลุดอกไม้ไฟหลายดวงที่ถูกจุดขึ้นในอีกฝั่งของแม่น้ำ ตรงข้ามกันกับร้านอาหารที่เธอกำลังนั่งอยู่ เธอคิดถึงภาพของเรือลำใหญ่ลำหนึ่งกำลังผ่านเข้ามาใกล้ ๆ กับร้านอาหาร โดยบนเรือมีป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่เขียนข้อความบางอย่างบอกแก่เธอ เธอคิดถึงภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เดินถือลูกโป่งสีแดงมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะที่เธอนั่ง พร้อมทั้งส่งกล่องของขวัญเล็ก ๆ สีแดงมาให้แก่เธอ

นภา ยังคงจินตนาการอย่างต่อเนื่องไปอีกว่า เธอเอาช้อนตักลงไปในสวีทเค้กที่เธอกำลังทานอยู่ โดยมีวัตถุอะไรบางอย่างถูกซ่อนอยู่ภายในเค้กชิ้นนั้น เธอกำลังคิดถึงประโยคที่ประณตกำลังจะพูดบอกกับเธอ อาจจะเป็นเซอร์ไพร์สที่สุดของค่ำคืนนี้ก็ได้

ด้วยความที่นภาทำงานเป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ เธอจึงสามารถจินตนาการเรื่องราวออกมาเป็นภาพต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ซึ่งในขณะที่เธอกำลังนั่งยิ้มและเหม่อลอยอยู่ในความคิดของเธอ ในขณะนั้นเองประณตก็ได้เดินเข้ามานั่งในเก้าอี้ของโต๊ะอาหารอีกฝั่งตรงข้ามกับที่เธอนั่งอยู่

“ขอโทษด้วยครับนภา คุณมาถึงนานหรือยังครับ?”

ประโยคที่ประณตกล่าวทักเธอนี้เอง ทำให้นภาต้องตื่นจากจินตนาการความคิดของตัวเอง เธอหันไปมองประณตที่เพิ่งนั่งลงตรงหน้าของเธอในขณะนี้

“ประณต” นภา เอ่ยเรียกชื่อของเขาในทันทีที่เห็นเขา

“ผมไม่คิดว่าคุณจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ตอนนี้ยังไม่ 1 ทุ่มเลยครับ”

“ฉันกลัวว่ารถจะติดมาก ฉันเลยรีบออกมาก่อนคะ เพิ่งมาถึงก่อนหน้าคุณไม่นานนี้เอง”

นภา พยายามพูดตอบออกไปโดยเก็บความรู้สึกลึก ๆ ของตัวเธอเองไว้ เพื่อที่จะไม่ให้ประณตได้รับรู้ในตอนนี้

“งั้นเราสั่งอาหารมาทานกันเลยไหมครับ? จะได้ทานไปคุยกันไป”

“คะ”

นภา ตอบเพียงสั้น ๆ แล้วประณตก็เรียกพนักงานต้อนรับมาเพื่อสั่งอาหาร

ประณต ชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาดีคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามของเธอในขณะนี้ เขาเป็นชายหนุ่มเพียงคนเดียวในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและประทับใจได้โดยตลอด ที่ผ่านมาเธอเฝ้าคอยเวลาที่เธอจะได้อยู่เพียงลำพังกับประณตมาโดยตลอด เพื่อที่เธอจะได้ยินประโยคที่เธอเฝ้ารอคอยอยากฟังมาตลอดชีวิต

บรรยากาศของการทานอาหารในค่ำคืนนี้ค่อนข้างที่จะหวานเป็นพิเศษสำหรับทั้งเธอและเขา ทั้งคู่ต่างก็สอบถามถึงสาระทุกข์สุขดิบของอีกฝ่าย ว่าแต่ละคนเป็นมาอย่างไรบ้างในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันเลย

ประณต บรรจงตักอาหารในจานไปวางไว้ให้ในช้อนของนภา เขามักจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษบนโต๊ะอาหารเป็นประจำ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาที่กำลังคุยกันเป็นเรื่องอื่น

ประณตมองจ้องหน้านภาแล้วเขาก็พูดขึ้นกับเธอ

“นภาครับ วันนี้คุณสวยเป็นพิเศษเลยครับ”

ประโยคนี้เองที่ทำให้นภาต้องหลุดจากการควมคุมความรู้สึกของตัวเธอเอง ที่เธอพยายามจะไม่เผยออกมาให้ประณตได้เห็นและได้รับรู้ เธอพยายามกั้นสีหน้ามาเป็นเวลาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่เธอก็เผลอยิ้มออกมาให้แก่ประณต พร้อมทั้งหน้าแดงอย่างเขินอาย

“ขอบคุณคะ”

“ผมรู้ว่าที่ผ่านมาคุณก็ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อที่จะสร้างฐานะของตัวคุณเองให้พร้อมสำหรับครอบครัวที่สมบูรณ์ในอนาคตข้างหน้าของคุณใช่ไหมครับ?”

“ใช่ค่ะ งานของฉันเยอะมากในช่วงนี้ จนบางครั้งฉันแทบจะไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย”

นภา พยายามจะตอบแบบเลี่ยง ๆ ไป เพื่อป้องกันการที่เธอจะเผลอหลุดแสดงอาการออกไปมากกว่านี้

“ผมว่าคุณควรจะหาใครสักคนเข้ามาดูแลชีวิตคุณได้แล้วนะครับ”

“จะมีใครเขาอยากเข้ามาดูแลชีวิตของฉันบางล่ะ? คุณก็เห็นไม่ใช่เหรอ? วัน ๆ ฉันมีแต่งานที่จะต้องทำ แล้วจะมีใครเขามาสนใจใส่ใจฉัน ไม่มีหรอกคะประณต”

“ผมว่าในช่วงนี้คุณทำงานหนักจนเกินไปแล้วนะครับ คุณน่าจะหาเวลามาดูแลตัวเองได้แล้วครับ แล้วอนาคตข้างหน้าของคุณอีกล่ะ? คุณวางแผนไว้อย่างไรต่อไปครับ?”

“ฉันรู้ว่าฉันทำงานหนักเกินไปในตอนนี้ แต่ว่าช่วงเวลานี้ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ฉันยังพอมีแรงที่จะทำงานได้ เพราะฉันไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีใครมาคอยดูแลฉัน เหมือนอย่างที่คุณบอกหรือเปล่า?”

“ถ้าผมบอกคุณว่า มีคนอยากที่จะคอยดูแลคุณล่ะ? ไม่ใช่ดูแลคุณเพียงแค่วันนี้นะครับ แต่ว่าเขาจะคอยดูแลคุณไปตลอดชีวิตของคุณเลยล่ะ? คุณจะเชื่อผมไหม?”

นภา ทำป็นหันหน้าไปมองบรรยากาศโดยรอยภายในร้าน แล้วเธอก็พูดขึ้นต่อ

“จะมีใครอยากจะมาคอยดูแลฉันไปตลอดชีวิตล่ะ ? ฉันทำงานหนักขนาดนี้อีกไม่นานฉันก็คงจะแก่แล้ว พอถึงตอนนั้นคน ๆ นั้นเขาก็คงไม่อยากจะคอยดูแลฉันแล้วล่ะ”

“แต่ถ้าเขาคนนั้นเขายังยืนยันว่าจะคอยดูแลคุณตลอดไปล่ะ?”

นภา หันหน้ากลับมามองปรณต แล้วเธอก็ขยับตัวของเธอมาใกล้โต๊ะอาหาร เธอเอาแขนทั้ง 2 ข้างวางเท้าไปบนโต๊ะพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ในกลางโต๊ะ แล้วเธอก็ส่งยิ้มให้แก่ประณตก่อนที่เธอจะพูดขึ้น

“เขาคนนั้นคือใครล่ะ? คุณเหรอ?”

ประณต ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารเช่นกัน เขายื่นมือทั้ง 2 ข้างของเขามากุมมือของเธอไว้ แล้วเขายื่นหน้าเข้ามาที่กลางโต๊ะเช่นเดียวกับที่เธอทำ ทำให้ในตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากขึ้น

“ใช่ครับ ผมเอง ผมรับปากคุณว่า ผมจะคอยดูแลคุณตลอดไป”

ประณต พูดพร้อมทั้งยิ้มหวานส่งให้เธอ ทำให้นภาหน้าแดงและเขินอายขึ้นอีกครั้ง จนเธอต้องหลบสายตาจากเขาแล้วมองออกไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ภายนอกร้านแทน

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ 2 ทุ่มแล้ว ความมืดคืบคลานเข้ามาปลุกคลุมบรรยากาศภายนอกร้านนานแล้ว แสงไฟจากอีกฝั่งของแม่น้ำสะท้อนอยู่ในพื้นน้ำที่มืดสนิทเป็นประกายระยิบระยับ

แล้วในขณะนั้นเอง ท่ามกลางความมืดของแม่น้ำก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น ด้วยแสงจากพลุดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นจากร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

พลุดอกไม้ไฟยังถูกจุดต่อเนื่องอีก 3-4 ลูก นภายังคงจ้องมองไปยังแสงสว่างจ้าที่เกิดจากพลุที่ถูกจุดขึ้น โดยที่เธอยังไม่กล้าหันไปมองสบตากับประณต ที่เธอคาดว่าตอนนี้เขายังคงมองจ้องหน้าของเธออยู่แน่ ๆ

เรือของห้องอาหารลำหนึ่ง ที่ถูกประดับประดาไว้ด้วยดวงไฟหลากหลายดวงกำลังแล่นผ่านเข้ามาในแม่น้ำบริเวณด้านหน้าของร้านอาหารแห่งนี้ นภาพยายามมองหาป้ายหรือสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง ที่เธอคิดว่าน่าจะมีปรากฏอยู่บนเรือลำนั้น

“นภาครับ” ประณตเอ่ยเรียกชื่อเธออีกครั้ง น้ำเสียงของประณตยังนุ่มนวลเหมือนเดิม

“คะ” นภา ตอบออกไปโดยที่ยังคงจ้องมองไปที่เรือลำนั้น โดยยังไม่หันกลับมามองสบตากับประณตเหมือนเดิม

“ผมยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้” ประณตพูดขึ้นในขณะที่นภาไม่ยอมพูดอะไรตอบ เหมือนกับว่าเธอกำลังรอฟังประโยคต่อไปที่เขากำลังจะพูด

“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ คุณก็ยังคงเหมือนเดิม”

นภา ยังไม่พูดอะไร เธอได้แต่ยิ้มเพื่อกั้นความรู้สึกของเธอที่กำลังจะระเบิดออกมาในขณะนั้น เธอตัดสินใจหันหน้ากลับมาจ้องสบตากับประณตอีกครั้ง เพื่อรอคอยประโยคที่กำลังจะได้ยินต่อจากนี้

ประณตขยับกุมมือของนภาแน่นขึ้นอีก เพื่อเป็นการทำให้นภาได้เตรียมพร้อม เพื่อที่จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่กำลังจะเกิดขึ้นจากประโยคต่อไปที่เขากำลังจะพูด ซึ่งตัวนภาเองก็สามารถรับรู้ถึงสัญญาณของความรู้สึกนี้ได้เช่นกัน เธอส่งยิ้มหวานให้แก่ประณตอีกครั้ง พร้อมทั้งจ้องสบตาเขาอย่างมั่นคงขึ้น

“นภา ... คุณซื้อประกันชีวิตกับผมเถอะครับ”

เหมือนกับระเบิดด้าน ระเบิดที่ชนวนถูกจุดไฟไปแล้ว รอคอยเพียงแค่ไฟประทุลามเข้าไปถึงจนระเบิดเท่านั้นเอง

แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ประโยคที่นภาคาดว่าจะได้ยินกลับไม่ใช่ประโยคที่เธอกำลังรอคอยจะฟัง

“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนถึงวันนี้ คุณยังคงทำงานอย่างหนักมาก ผมว่าคุณน่าจะซื้อกรมธรรณ์ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองตัวคุณเองไว้สักฉบับหนึ่ง”

นภาได้แต่นิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก และเธอก็ทำอะไรต่อไปไม่ถูก เธอยังไม่กล้าดึงมือของเธอออกมาจากอุ้งมือของประณตที่กุมมือเธอไว้ ในขณะที่ประณตยังคงพูดต่อไป

“หลังจากที่ผมแต่งงานเมื่อปลายปีที่แล้ว ผมก็ตัดสินใจที่จะเลิกทำงานประจำที่น่าเบื่อ ผมลาออกมาเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ผมเลยตั้งใจที่จะมาขายประกันให้แก่คุณเป็นคนแรกเลยครับ”

เหมือนกับว่ามีใครสักคนเอามือมาจี้สะกิดที่เอวของนภา เธอรีบดึงมือของเธอออกมาจากอุ้งมือของประณตในทันที เธอเอนตัวไปด้านหลังเพื่อพิงกับพนักพิงของเก้าอี้ ดวงตาของเธอเหลือกโตขึ้นอย่างอัตโนมัติ ก่อนที่เธอจะถามประณตขึ้นอีกครั้ง

“คุณแต่งงานแล้วเหรอค่ะ?” นภายังคงถามออกไปทั้ง ๆ ที่ยังมึนงงอยู่

“ใช่ครับ ผมแต่งงานเมื่อปลายปีที่แล้ว ผมเอาการ์ดแต่งงานไปให้คุณที่ออฟฟิต เลขาของคุณบอกผมว่าคุณไม่มีเวลาว่างที่จะให้ผมนัดพบเลย แล้วคุณก็ไม่ได้ไปงานแต่งงานของผมด้วย คุณยังคงทำงานหนักอยู่เหมือนเดิม คุณน่าจะมีหลักประกันของชีวิตไว้บ้างนะครับ ผมจะเป็นคนที่ดูแลและเอามันมานำเสนอให้แก่คุณเอง ...”

แล้วประณตก็พูดถึงกรมธรรณ์ให้เธอฟังต่ออีกเกือบ 30 นาที โดยที่ตัวของนภาเองแทบจะไม่ได้รับรู้อะไรที่เขาพูดให้เธอฟังเลย แต่เธอกลับอยู่ในภวังค์ของความมึนงงมากกว่า

หลังจากนั้นนภาก็พยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่ยังพอหลงเหลืออยู่ เธอเอ่ยปากพูดกับประณตเพื่อขอตัวกลับบ้านก่อน แล้วเธอก็ลุกเดินออกมาจากโต๊ะอาหารตัวที่เธอคุ้นเคย เธอก็เดินออกมาจากร้านอาหารที่เธอคุ้นเคย และเธอก็เดินออกมาจากบรรยากาศและความทรงจำที่เธอเคยประทับใจ

ตอนนี้เป็นเวลา 3 ทุ่มกว่า นภาขึ้นมานั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวของเธอแล้ว เธอพยายามก้มลงไปหารูกุญแจเพื่อที่จะเสียบกุญแจไขสตาร์ทรถ ในขณะที่สมองของเธอในตอนนี้กำลังคิดถึงเส้นทางที่เธอจะขับรถกลับบ้าน ซึ่งตัวเธอเองก็จำไม่ได้ว่าเธอขับรถมาจากบ้านทางถนนเส้นไหนเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา

จบล่ะ ...

อิอิ

@@@@@@@@@@@@@@

คุยกันท้ายเรื่อง

ข้อมูลทางสถิติของสำนักวิจัยทางธุรกิจแห่งหนึ่งระบุไว้ว่า ในระยะเวลา 1 รอบปีปฏิทิน (365 วัน) มีวันที่คนทั่วไปตัดสินใจซื้อประกันมากที่สุดอยู่ 2 วันคือ วันทำการสุดท้ายของทุกปี กับอีกวันหนึ่งก็คือ วันวาเลนไทน์ของทุกปีนั้นเองครับ ... อิอิ

ผมขออภัยสำหรับเพื่อนท่านที่เคยอ่านเรื่องนี้แล้ว ช่วงนี้ผมยังไม่ได้เขียนเรื่องใหม่ ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันเลยครับ ผมขออนุญาตเอาเรื่องเก่านี้ ที่ผมเขียนขึ้นในช่วงวาเลนไทน์เมื่อปีที่แล้วมาอัพบล็อคให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันอีกครับ สำหรับให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันเพลิน ๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้

ขอให้ทุกท่านที่มีความรัก มีความสุขมาก ๆ ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้นะครับ และสำหรับคนที่ยังไม่มีรัก(แบบผม)ก็ขอให้เจอกับความรักที่สวยงามเร็ว ๆ นี้นะครับ

อิอิ

credit by  คุณไก่ (aitai) สำหรับโค้ดเพลง “รักคุณเข้าอีกแล้ว” ที่ผมนำมาประกอบเรื่องนี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

comment5, Acomplia, viagra cheep online,

#1 By viagra 60 pills (97.65.179.5) on 2010-10-11 01:25